| ตอนที่ 4.1 หลักการทั่วไปและภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย เรื่องที่ 4.1.1 วัตถุประสงค์ของการหักภาษี ณ ที่จ่าย หน้าที่และความรับผิดชอบ และประเภทของการหักภาษี ณ ที่จ่าย 1. วัตถุประสงค์ของการหักภาษี ณ ที่จ่ายพิจารณาในแง่ของรัฐ และผู้เสียภาษี
2. หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย เรื่องที่ 4.1.2 ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย
1.1 กรณีเงินได้ตามมาตรา 40(1) และ (2) การคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย สำหรับเงินได้ตามมาตรา 40(1)และ (2)
นายเก่งดี
การบันทึกบัญชี
หมายเหตุ การบันทึกบัญชีเงินเดือนของนายเก่งดีก็ปฏิบัติเช่นเดียวกัน 1.2 กรณีผู้รับเงินได้ตามมาตรา 40(3) มิได้อยู่ในประเทศไทย ให้คำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 15 ของเงินได้
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ข. เงินได้ตามมาตรา 40(4)(ช) ได้แก่ ผลประโยชน์ที่ได้จากการโอนพันธบัตรหุ้นกู้หรือตั๋วเงินหรือตราสารแสดง สิทธิในหนี้ที่นิติบุคคลต่าง ๆ เป็นผู้ออก เฉพาะส่วนที่ตีราคาเป็นเงินเกินกว่าที่ลงทุนเงินได้ตามมาตรา ตัวอย่าง นายกิตติชัยได้รับดอกเบี้ยเงินฝากประจำ จากธนาคารพาณิชย์แห่ง หนึ่งจำนวน 20,000 บาท ธนาคารจะหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ดังนี้ เงินได้พึงประเมิน 20,000 บาท ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย 15% 3,000 บาท 2.3) เงินได้ต่อไปนี้ไม่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ได้แก่ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่บุคคลธรรมดา คณะบุคคล หรือห้างหุ้นส่วนสามัญ เป็นผู้จ่ายเงินให้แก่ผู้รับ ซึ่งเป็นผู้อยู่ในประเทศไทย ไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ผู้รับเงินมีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเงินได้เอง ตัวอย่าง นายเพชรเป็นเจ้าของร้านแก่นเพชร ได้จ่ายดอกเบี้ยจากการกู้ยืมเงิน เพื่อนำมาลงทุนให้แก่นายปริญญา ผู้อยู่ในประเทศไทย 50,000 บาท และให้นายบิลลี่ ชาวอเมริกา 200,000 บาท การคำนวณภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย คำนวณได้ดังนี้ นายเพชรจ่ายดอกเบี้ยให้นายปริญญา 50,000 บาท ไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายเพราะนายปริญญาอยู่ในประเทศไทย นายเพชรจ่ายดอกเบี้ยให้นายบิลลี่ 200,000 บาท ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 15 % เพราะนายบิลลี่มีภูมิลำเนาอยู่ต่างประเทศร้อยละ 15 เป็นเงิน 30,000 บาท 2.4) ให้คำนวณหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 10 ของเงินได้ กรณีจ่ายเงินได้ ตามมาตรา 40(4) (ข) ที่จ่ายให้แก่ผู้รับซึ่งเป็น ผู้อยู่ในประเทศไทย (180 วัน) ที่ได้รับจาก (ก) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยกองทุนรวม (ข) สถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม ผู้มีเงินได้จะเลือกเสีย ภาษีตามที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย ในอัตราดังกล่าว โดยไม่ต้องนำไปรวมคำนวณกับเงินได้อื่นก็ได้ ตัวอย่างที่ บุคคลธรรมดามีเงินได้จาก เงินปันผล เงินส่วนแบ่งกำไร หรือ ประโยชน์อื่นใดที่ผู้รับซึ่งเป็นผู้อยู่ในประเทศไทย ให้คำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 10 ของเงินได้ 3 กรณีผู้จ่ายเงินได้ตามมาตรา 40(5) และ(6) (มาตรา 50(3)) แห่งประมวลรัษฎากร ให้กับผู มีเงินได้ที่เป็นบุคคลธรรมดาที่มิได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทยให้หักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราเหมาร้อยละ 15 (ใช้แบบ ภ.ง.ด.3) 4. กรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(5) (6) (7) หรือ (8) ที่รัฐบาล องค์การของรัฐบาล เทศบาล สุขาภิบาล หรือองค์การบริหารราชการส่วนท้องถิ่นให้กับผู้มีเงินได้ที่เป็นบุคคลธรรมดา ให้หักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 1 ของยอดเงินได้พึงประเมินก่อนหักภาษีหรือค่าปรับอื่นใด สำหรับเงินได้ตั้งแต่ 10,000 บาท ขึ้นไป หรือถ้าแบ่งจ่ายครั้งหนึ่ง ๆ ไม่เกิน 10,000 บาท ของเงินได้พึงประเมินก่อนหักภาษีหรือค่าปรับอื่นใด มาตรา 50(4) แห่งประมวลรัษฎากร) เงินได้พึงประเมินตามมาตรา40(5)(6)(7) และ(8) ซึ่งได้แก่ การให้เช่าทรัพย์สิน การ ประกอบอาชีพอิสระ การรับเหมา การพาณิชยกรรม การเกษตร การอุตสาหกรรม การขนส่งหรืออื่น ๆ ตัวอย่าง วิทยาลัยอาชีวศึกษาแห่งหนึ่งซึ่งเป็นหน่วยงานราชการจ่ายค่ารับเหมาก่อสร้างอาคารวิทยบริการให้ นาย ก. ผู้รับเหมา 6,000,000 บาท ในกรณีนี้วิทยาลัยอาชีวศึกษาจะต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายร้อยละ 1 ของเงินที่จ่ายเป็นภาษีเท่ากับ 60,000 บาท (ใช้แบบ ภ.ง.ด.3) 5. กรณีจ่ายเงินได้ตามมาตรา 40(8) (มาตรา 50(5) แห่งประมวลรัษฎากร)เฉพาะการขายอสังหาริมทรัพย์ ผู้จ่ายเงินได้ ได้แก่ บุคคลธรรมดา ห้างหุ้นส่วน บริษัท สมาคม หรือคณะบุคคล ผู้รับเงินได้ ได้แก่ บุคคลธรรมดา 1) การได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ แบ่งเป็น 2 กรณีคือ 1.1 การได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ โดยมุ่งในทางการค้าหรือหากำไรเช่นได้มาโดยการซื้อ แลกเปลี่ยนหรือ ปลูกสร้างขึ้นและมีวัตถุประสงค์เพื่อหากำไรจะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ 1.2 การได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์โดยมิได้มุ่งในทางค้าหรือหากำไรแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ก. อสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยทางมรดกหรือได้รับจากการให้โดยเสน่หา ข. อสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยทางอื่นนอกจาก ก. เช่น การซื้อหรือแลกเปลี่ยนอสังหาริมทรัพย์เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยหรือทำการเกษตร เป็นต้น 2) หลักเกณฑ์การคำนวณภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายกรณีบุคคลธรรมดาขาย
หมายเหตุ สำหรับการคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายในการขายอสังหาริมทรัพย์ทั้งข้อ (ก) และ (ข) |
|
(1) ตั้ง ราคาประเมินฯ |
1,000,000 |
บาท |
|
(2) หัก ค่าใช้จ่ายร้อยละ 50 |
500,000 |
บาท |
|
เหลือเงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย |
500,000 |
บาท |
|
(3) หาร จำนวนปีที่ถือครอง (8 ปี) |
500,000/8 |
บาท |
|
เงินได้เฉลี่ยต่อปี |
62,500 |
บาท |
|
(4) คำนวณภาษี 62,500 x 5 |
3,125 |
บาท |
|
เป็นภาษีเฉลี่ยต่อปี |
3,125 |
บาท |
|
(5) คูณ จำนวนปีที่ถือครอง (8 ปี) |
3,125 x 8 |
บาท |
|
เป็นจำนวนภาษีที่ต้องหัก ณ ที่จ่าย |
25,000 |
บาท |
ข้อสังเกต ภาษีที่คำนวณหัก ณ ที่จ่ายต้องไม่เกินร้อยละ 20 ของราคาประเมินคือ ต้องไม่เกิน 200,000 บาท ดังนั้นต้องหักภาษีไว้เป็นเงิน 25,000 บาท ตามที่คำนวณได้
ตัวอย่างที่ 2 สมมติว่า นาย ก ขายที่ดินนอกเขตเทศบาล ฯลฯ ซึ่งบิดายกให้เมื่อ 12 ปีที่แล้วเป็นเงิน 500,000 บาท (ราคาประเมิน 700,000 บาท) นาย ก จะต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายเท่าใด
วิธีคำนวณ
(1) ตั้งราคาประเมิน |
700,000 |
บาท |
(2) หักได้รับยกเว้น |
200,000 |
บาท |
เหลือ |
500,000 |
บาท |
หัก ค่าใช้จ่ายร้อยละ 50 |
250,000 |
บาท |
เหลือเงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย |
250,000 |
บาท |
(3) จำนวนปีที่ถือครอง (10 ปี) |
250,000/ 10 |
บาท |
เป็นเงินได้เฉลี่ยต่อปี |
25,000 |
บาท |
(4) คำนวณภาษีตามอัตรา (25,000 x ร้อยละ 5) |
1,250 |
บาท |
(5) คูณ จำนวนปีที่ถือครอง(10 ปี) |
1,250 x 10 |
บาท |
เป็นจำนวนภาษีที่ต้องหัก ณ ที่จ่าย |
12,500 |
บาท |
(ภาษีที่คำนวณหัก ณ ที่จ่ายต้องไม่เกินร้อยละ 20 ของราคาประเมิน) |
|
|
ตัวอย่างที่ 3 นาย ข ขายที่ดินในเขตเทศบาลเมืองในกลางปี 2548 เป็นเงิน 1,800,000 บาท ราคาประเมิน
2,000,000 บาท ที่ดินแปลงนี้ซื้อมาเมื่อปี พ.ศ.2541 เพื่อจะปลูกบ้านอาศัย การขายที่ดินแปลงนี้ นาย ก.
จะต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย ดังนี้
วิธีคำนวณ
(1) ตั้ง ราคาขาย (ราคาประเมิน) |
2,000,000 |
บาท |
(2) หัก ค่าใช้จ่ายร้อยละ 50 (ถือครอง 8 ปี) |
1,000,000 |
บาท |
(3) เงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย |
1,000,000 |
บาท |
(4) หาร ด้วยจำนวนปีที่ถือครอง |
125,000 |
บาท |
(5) ภาษีเงินได้ |
7,500 |
บาท |
(6) คูณด้วยจำนวนปีที่ถือครอง 7,500 x 8 |
60,000 |
บาท |
เป็นภาษีที่ต้องหัก ณ ที่จ่าย |
60,000 |
บาท |
(ภาษีที่คำนวณหัก ณ ที่จ่ายต้องไม่เกินร้อยละ 20 ของราคาประเมิน) |
6. หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย
ผู้จ่ายเงินต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายตามแบบที่อธิบดีกำหนดให้แก่ผู้
ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 2 ฉบับที่มีข้อความตรงกันภายในกำหนดเวลาดังนี้
(1) กรณีหักภาษี ณ ที่จ่ายสำหรับเงินได้ตามมาตรา 40(1) และ (2) ที่ผู้มีเงินได้ทำงานในกิจการของผู้จ่ายเงินได้จนถึงสิ้นปีภาษี ผู้ที่จ่ายเงินได้ต้องออกใบรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ให้ผู้มีเงินได้ภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ของปีถัดจากปีที่จ่ายเงินได้
( 2) กรณีหักภาษี ณ ที่จ่าย สำหรับเงินได้พึงประเมินประเภทอื่นที่ไม่ใช่ (1) ผู้จ่ายเงินได้ต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย แก่ผู้มีเงินได้ทุกครั้งที่มีการหักภาษี ณที่จ่าย
7. กำหนดเวลาการนำส่งเงินภาษีหัก ณ ที่จ่ายและแบบแสดงรายการที่ต้องยื่น
(1) การนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่าย โดยผู้จ่ายต้องยื่นแบบแสดงรายการตามแบบที่
อธิบดีกำหนด ดังนี ้
1.1 ภ.ง.ด.1 สำหรับการหักภาษี ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50(1) จากการจ่ายเงินได้ตามมาตรา 40 (1) และ (2) ให้ยื่นรายการและนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดจากเดือนที่จ่ายเงินได้
1.2 ภ.ง.ด.2 สำหรับการหักภาษี ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50(2) จากการจ่ายเงินได้ตามมาตรา 40(3) และ (4) ให้ยื่นรายการและนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดจากเดือนที่จ่ายเงิน เว้นแต่มาตรา 40 (4) (ข) ถึง (ฉ) ให้ยื่นรายการและนำส่งภายใน 7 วัน นับแต่วันที่จ่ายเงินได้
1.3 ภ.ง.ด.3 สำหรับการหักภาษี ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50(4) และ มาตรา 3 เตรส เนื่องจากการจ่ายเงินได้ตามมาตรา 40(5) (6) (7) หรือ (8)ให้ยื่นรายการและนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดจากเดือนที่จ่ายเงินได้ เว้นแต่การหักภาษี ณ ที่จ่ายมาตรา 40(5) และ (6) ที่จ่ายให้แก่ผู้รับซึ่งมิได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทยตามมาตรา 50(3) ให้นำส่งภายใน 7 วัน นับแต่วันที่จ่ายเงินได้
(2) เมื่อสิ้นปีภาษี ให้ผู้จ่ายเงินได้ต้องหักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามีหน้าที่ต้องยื่นรายการสรุปการจ่ายเงินได้ และำจำนวนภาษีเงินได้หัก และนำส่งไว้ดังนี้
2.1 ภ.ง.ด.1 ก ใช้สำหรับสรุปรายการจ่ายเงินได้และการหักภาษี ณ ที่จ่าย
สำหรับเงินได้ตามมาตรา 40(1) และ (2) ที่ผู้จ่ายเงินได้เป็น บุคคล ห้างหุ้นส่วน บริษัท คณะบุคคล ให้ยื่นรายการภายในเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดจากปีที่จ่ายเงินได้
2. 2 ภ.ง.ด.1 ก พิเศษ ใช้สำหรับสรุปการจ่ายเงินได้และการหักภาษี ณ ที่
จ่ายสำหรับเงินได้ตามมาตรา 40(1) และ (2) ที่ผู้จ่ายเงินได้เป็นรัฐบาลหรือองค์การของรัฐบาล ให้ยื่นภายในเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดจากปีที่มีการจ่ายเงินได้
2. 3 ภ.ง.ด. 2 ก ใช้สำหรับสรุปการจ่ายเงินได้และการหักภาษี ณ ที่จ่าย
สำหรับเงินได้ตามมาตรา 40(3) และ (4)
ให้ยื่นรายการดังกล่าวภายในเดือนมกราคมของปีถัดจากปีที่มีการจ่ายเงินได้
2.4 ภ.ง.ด. 3 ก ใช้สำหรับสรุปรายการจ่ายเงินได้และการหักภาษี ณ ที่จ่ายรับเงินได้ตามมาตร 40(5) (6) (7) หรือ (8)
เฉพาะผู้ที่จ่ายเงินได้ที่เป็นรัฐบาล องค์การของรัฐบาล เทศบาล ฯลฯ ภายในเดือนมกราคมของปีถัดจากปีที่จ่ายเงินได้